ดิ 2 แบโผ 81 ทีม โม่แข้ง ศรีษะเกษ ยูฯ - ตราด ร่วมวง ขวางเปลี่ยนชื่อปราจีนผลสรุปออกมาแล้ว ฟุตบอลด.2 ปีนี้ มี 81 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน โดยมี ศรีสะเกษ ยูไนเต็ดและตราด เอฟซี เป็น 2 ทีมน้องใหม่ด้านระยอง ซิตี้ พีซี ต้องอกหัก หลังคณะกรรมมการไม่อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อทีม โดยแนะนำว่าหากต้องการทำทีมจริงให้ใช้ชื่อเดิม และลงเล่นที่ปราจีนบุรีเท่านั้น ส่วนนัดเปิดสนาม 14 ก.พ.นี้ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด รับหน้าที่เจ้าภาพพร้อมยืนยันจะจัดงานให้สมบูรณ์แบบที่สุด
นายวิมล กาญจนะ ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอสลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 เป็นประธานในการจัดประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล 2012 ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อเวลา 13.00น โดยมี นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายราเชลล์ ได้ผลธัญญา ผอ.ฝ่ายกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย และประธานศูนย์ภูมิภาคทั้ง 5 โซน เข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
หลังการประชุมซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง นายวิมล กาญจนะ ประธานลีกภูมิภาค ออกมาแถลงสรุปรายละเอียดสำคัญๆ ดังนี้ โดยทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอสลีกดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2012 มีทั้งสิ้น 81 ทีม ประกอบด้วย
ภาคเหนือ 18 ทีม ได้แก่ พิษณุโลก TSY เอฟซี , ลำพูน วอริเออร์, พิจิตร เอฟซี, อุตรดิตถ์ หมอเส็ง ,
นครสวรรค์ เอฟซี , สิงห์บุรี เอฟซี , อุทัยธานี ฟอเรสท์ , แพร่ ยูไนเต็ด , ลำปาง เอฟซี , กำแพงเพชร เอฟซี , เชียงราย เอฟซี , เพชรบูรณ์ เอฟซี , น่าน เอฟซี , สุโขทัย เอฟซี , ตาก เอฟซี , พะเยา เอฟซี . เชียงใหม่ เอฟซี (ตกชั้นจากดี 1) ,
ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู เอฟซี (ย้ายจากโซนก.ท.ม) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 ทีม ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด , เลย ซิตี้ , ยโสธร ยุไนเต็ด , หนองคาย เอฟที , สุรินทร์ เอฟซี , นครพนม เอฟซี , กาฬสินธุ์ เอฟซี , อุดรธานี เอฟซี , สกลนคร เอฟซี , มหาสารคาม ยูไนเต็ด , หนองบัวลำภู เอฟซี , มุกดาหาร ซิตี้ , อำนาจเจริญ ทาวน์ , อุบล ไทเกอร์ เอฟซี , มาแชร์ ชัยภูมิ เอฟซี , ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด (น้องใหม่)
ภาคกลางและตะวันออก 18 ทีม ระยอง เอฟซี , สมุทรสาคร เอฟซี , อยุธยา เอฟซี , อ่างทอง เอฟซี , ลพบุรี เอฟซี , ฉะเชิงเทรา เอฟซี , เพชรบุรี เอฟซี , สมุทรปราการ เอฟซี , เมืองกาญจน์ เอฟซี , ปราจีนบุรี ยูไนเต็ด , สระแก้ว ซิตี้ , ประจวบ เอฟซี , ปทุมธานี เอฟซี , กบินทร์ ซิตี้ , นครนายก เอฟซี , มาบตาพุต นย.ระยอง (ย้ายจากโซนก.ท.ม.) , สมุทรปราการ ยูไนเต็ด (ย้ายจากโซนก.ท.ม.) ตราด เอฟซี (น้องใหม่)
ภาคกรุงเทพและปริมณฑล 18 ทีม ม.เกษตรศาสตร์ , นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี , ปราจีนบุรี เอฟซี , ราชวิถี , จามจุรี ยูไนเต็ด , นนทบุรี เอฟซี , กรุงเทพคริสเตียน , โกลเบล็ก เอฟซี , ธัญบุรี อาร์เอ ยูไนเต็ด , อัสสัมชัญ ธนบุรี , กองเรือยุทธการ , ม.เกษมบัณฑิต , ลูกอีสาน การบินไทย , ไทยฮอนด้า(ตกชั้นจากดี 1) , อาร์แบค เอฟซี (ตกชั้นจากดี 1) . ทีมตกชั้นจากดี 1, ทีมจากถ้วย ข. อีก 2 ทีม
ภาคใต้ 11 ทีม ปัตตานี เอฟซี , หาดใหญ่ เอฟซี , พังงา เอฟซี , สตูล ยูไนเต็ด , ระนอง เอฟซี ,นรา ยูไนเต็ด ,ชุมพร เอฟซี , สุราษฎร์ เอฟซี , ตรัง เอฟซี , ยะลา เอฟซี , นครศรีธรรมราช เอฟซี
สำหรับทีมน้องใหม่อย่างศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ที่ได้สิทธ์เข้าร่วมการแข่งขันในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายวิมล กล่าวว่า นี่เป็น 1 ในโครงการนำร่องเหมือนในปีที่ผ่านๆมา ซึ่งเราเคยเปิดโอกาสให้ทีมอย่างเชียงราย เอฟซี ,หาดใหญ่ เอฟซี และปราจีนบุรี ยูไนเต็ด เข้าร่วมการแข่งขัน แม้ในจังหวัดนั้นจะมีทีมฟุตบอลอยู่แล้วก็ตาม
ด้านกลุ่มผู้บริหารระยอง เอฟซีชุดเก่า ที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะเข้ามาเทคโอเวอร์ ปราจีนบุรี เอฟซี พร้อมเปลี่ยนชื่อทีมเป็นระยอง ซิตี้ พีซี ล่าสุดเป็นอันจบข่าว เนื่องจากฝ่ายจัดฯ แจ้งว่า ทีมจากปราจีนบุรี ก็ต้องเป็นทีมที่อยู่ในปราจีนบุรี หากผู้บริหารชุดนี้ต้องการทำทีมจริง ก็ต้องทำการซื้อหุ้นสโมสรให้ถูกต้องตามระเบียบ และต้องลงเล่นในจังหวัดเดิม รวมถึงห้ามเปลี่ยนชื่อทีมเป็นอย่างเด็ดขาด เป็นอันว่าฤดูกาลที่จะถึงนี้ ยังคงเป็นปราจีนบุรี เอฟซี ที่ได้ลงเล่นในโซนกรุงเทพและปริมณฑลเช่นเดิม
สำหรับนัดเปิดสนามนั้น ยังยืนยันตามกำหนดเดิมคือ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยฝ่ายจัดการแข่งขันมอบหมายให้ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ทีมแชมป์จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเจ้าภาพในนัดเปิดสนาม ซึ่ง ส.ส.เศกศิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้จัดการทีม รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ยืนยันว่านัดเปิดสนามในวันวาเลนไทน์นั้น ทางสโมสรจะจัดงานออกมาให้ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุด ส่วนทีมที่จะเตะเปิดสนามกับร้อยเอ็ด ยูไนเต็ดนั้น ยังต้องรอกำหนดการณ์ที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนคู่อื่นจะเริ่มเปิดฤดูกาลในวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ ขณะที่นัดชิงชนะเลิศปีนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขัน โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบเหย้าเยือน และใช้กฎอเวย์โกล์ (กฎประตูทีมเยือน) และการแข่งกันปีนี้จะใช้กฎนักเตะต่างชาติ 7 ลง 5 เช่นเดิม
ส่วนเรื่องงบประมาณในการจัดการแข่งขัน ปีนี้ทางฝ่ายจัดฯคาดการว่าต้องใช้เงินประมาณ 153,250,000 บาท (หนึ่งร้อยห้าสิบสามล้านสองแสนห้าหมื่นบาท) โดยแยกเป็นส่วนต่างๆดังนี้ 1. ค่าบำรุงทีม 81 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท รวม 81 ล้านบาท 2. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้ควบคุมการแข่งขัน ผู้ประเมิณการแข่งขัน และผู้ตัดสิน รวม 30 ล้านบาท 3. เงินรางวัลสำหรับทีมต่างๆ รวม 12 ล้าน 2 แสน 5 หมื่นบาท 4 . ค่าประชาสัมพันธ์ การถ่ายทอดสด 30 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ฝ่ายจัดการแข่งขันได้งบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพเพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งขาดอยู่ถึง 53,250,000 บาท เรื่องนี้นายสกล วรรณพงษ์ กล่าวด้วยความมั่นใจว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเตรียมทำเรื่องเสนอกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ คาดว่าไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด
ที่มา :
http://www.thaileagueonline.com/news.php?id_news=11922&page=1